5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยจากการทำงานในฐานะ Product Manager มือใหม่!

Twitter
LinkedIn
Facebook

Product Manager หรือ PM ในบริบทของบทความนี้ เป็นหนึ่งในตำแหน่งยอดนิยมในยุคนี้เลยก็ว่าได้ เพราะการทำงานนี้ เราจำเป็นต้องผสมผสานหลากหลายทักษะเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ในการทำงาน Product ใน stage ต่าง ๆ ให้เป็นไปได้อย่างราบรื่น และด้วยความที่เราจำเป็นต้องใช้หลายทักษะในการทำงานในตำแหน่งนี้ ก็แทบจะเป็นไปได้ยากที่เราจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดทุกอย่าง  จึงเป็นเรื่องปกติที่เราจะเจอปัญหาและข้อผิดพลาด อีกทั้งเวลาเจอ ก็จะไม่ได้เจอแค่อย่างสองอย่าง อาจมาพร้อมกันเป็นชุดเลยทีดียว

ดังนั้น วันนี้ผู้เขียนเลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์และข้อผิดพลาดที่ประสบมาจากการทำงานเป็น Product Manager โดยเจาะไปยังช่วงที่เป็น Product Manager ตอนตั้งต้น จากเดิมที่เคยทำงานเป็น Mobile Developer ที่เราแทบจะต้องเรียนรู้ทุกอย่างให้ไว เพื่อนำไปใช้ และสร้างผลลัพธ์ออกมาให้ได้ โดยมีทั้งหมด 5 ข้อหลักด้วยกัน ดังนี้





5-must-know-mistakes-for-new-product-managers




#1 – การสื่อสาร (Communication)

การสื่อสาร เป็นประตูด่านแรกที่สำคัญที่สุด เปรียบเสมือนเป็นหัวใจของการเป็น PM เลยก็ว่าได้ โดยในช่วงแรกในการทำงานสาย PM ยอมรับเลยว่า เรายังมีความกล้า ๆ กลัว ๆ กับการพูดคุยหรือสอบถามเพื่อติดตามงาน หรือแม้กระทั่งการอัปเดตงานกับลูกค้า ซึ่งอาจจะมีจากความเฉพาะเจาะจงบางอย่างของตัวเราภายใน อย่างบุคคลิกของเราที่เป็นคนขี้เกรงใจ จนคิดวิตกถึงการกระทำของเราว่าจะไปรบกวนคนอื่นหรือไม่ เป็นสาเหตุให้การสื่อสารในช่วงแรกติดขัด จนถูกมองว่าไม่เด็ดขาด ดูไม่มั่นใจไปโดยปริยาย

เราเองก็ปรับตัวอยู่ประมาณนึงในการเรียนรู้ทั้งตัวเอง และคนรอบตัว เพื่อให้เลือกใช้คำในการสื่อสารได้เข้ากับบริบท ณ เวลานั้น รวมถึงต้องคอยให้กำลังใจตัวเองบ่อยครั้ง เพื่อผลักดันให้กล้าที่จะสื่อสาร และแสดงความเห็น บางสถานการณ์ถึงกับต้องพูดกับตัวเองว่า 

“นี่คืองานของเรา ต่อให้ถูกมองเป็นตัวร้ายบ้าง แต่เราก็ต้องทำงานต่อให้เสร็จ”











#2 – ความรับผิดชอบและการตัดสินใจ (Responsibility and decision)

เชื่อว่าหลายคนที่ปัจจุบันก้าวขึ้นมาเป็น PM ล้วนแล้วแต่ต้องเป็นเคยอยู่ในความรู้สึกที่เป็น Rookies (น้องใหม่คนเล็ก)  อาจจะมีพี่เลี้ยง และมีหัวหน้าที่คอยตัดสินใจให้ในช่วงเริ่มต้นของการทำงาน แต่พอถึงจุดหนึ่งที่เราโตขึ้นมาเป็น PM และเริ่มได้รับความไว้วางใจให้ตัดสินใจในหลายเรื่องได้เอง เราจะรู้สึกขาดความมั่นใจและกลัวว่าสิ่งที่ตัดสินใจไปจะผิดพลาด ซึ่งอาจจะเป็นจุดที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมที่ทำงานกับเรา ขาดความเชื่อมั่นต่อการตัดสินใจของเราไปโดยปริยาย

ซึ่งไม่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นแล้ว หรือยังไม่เกิด ตัวเราเองต้องรีบปรับ mindset ให้ยอมรับว่าคนเราสามารถผิดพลาดกันได้ ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ ถ้าวันนี้เราผิดพลาด ก็เพียงเรียนรู้จากข้อผิดพลาดดังกล่าว มาปรับปรุงการทำงานของเราในปัจจุบัน โดยทิ้งความวิตกกังวลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วไปให้ได้ กล่าวคือ เราต้องรู้จักแก้เกม มองทุกอย่างให้เป็นเกมที่เราสามารถใช้กลยุทธบางอย่างแก้ไขมันได้อย่างเป็นระบบช่วยให้การทำงานราบรื่น




เครดิตภาพจาก Rational Decision Making




#3 – เข้าใจภาพใหญ่และการวางแผนที่ยืดหยุ่น (Scale out the perspective and make a flexible plan)

หัวข้อนี้เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่สำคัญมาก เพราะการที่ PM จะทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี จะต้องเกิดขึ้นจากการวางแผนที่เป็นระบบ ซึ่งก่อนที่จะวางแผนงานได้ดี PM จะต้องเข้าใจหน้าที่ของตัวเองว่าตัวเองกำลังจะเป็นลีดเดอร์ที่นำทุกคนสิ่งที่เราจะต้องมองให้ออก 5 ข้อหลัก ได้แก่ 

  • ทิศทางที่เราจะไป
  • ผลลัพธ์ที่เราจะได้
  • กลไกที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์
  • เครื่องมือที่จำเป็นมีอะไร
  • ขั้นตอนในการทำงานเพื่อให้ลุล่วง

ในช่วงแรกของการทำงาน เรามักคุ้นชินกับการทำงานที่โฟกัสแค่ส่วนหนึ่งของ Project หรือ Product ที่เรารับผิดชอบ แต่พอขยับขึ้นมาเป็น PM เราจะเริ่มสังเกต และรับรู้ว่ามีหลายอย่างที่ต้องจัดการ จนหลายครั้งเรามักจะลืมจัดลำดับความสำคัญควรจะทำอะไรก่อนหลัง แถมลืมนึกถึง 5 ข้อหลักข้างต้น จนทำให้ไม่รู้ว่าท้ายที่สุด เราจะทำสิ่งนี้ไปเพื่อใคร

โดยส่วนตัว ผู้เขียนได้ใช้วิธีการลองลิสต์ และเขียนสิ่งที่ต้องทำทั้งหมดออกมาใส่ไว้ในโน้ต แล้วค่อย ๆ เรียงความสำคัญของแต่ละหัวข้อที่ต้องทำ ให้มันสามารถสอดคล้องไปกับทิศทางที่เราจะไปตั้งแต่แรกจากการคุยกับ Stakeholder อื่น ๆ  จากนั้นจึงค่อยปรับโฟกัส ไปลงในส่วนของรายละเอียดของแต่ละหัวข้อ วิธีการนี้จะช่วยทั้งการสร้างระบบการทำงาน เพื่อใช้ในการหารือ สื่อสารกับคนในทีมให้เข้าใจในภาพเดียวกันได้ง่าย รวมถึงเราเองก็สามารถกลับมาแทร็กย้อนหลังได้ด้วยว่าเราพลาดอะไรไป หรือตกหล่นอะไรตรงไหน 




เครดิตภาพจาก CFI




#4 – การจัดการกับอารมณ์ (Emotional management)

โดยบทบาทของ PM เราจะปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการปฎิสัมพันธ์กับคนนั้นย่อมมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ เราไม่สามารถจะเลี่ยงที่จะไม่เจอกับเรื่องเหล่านี้ได้เลย 

ต่างที่ต่างถิ่น ต่างมีวิธีการใช้ชีวิต ทัศนคติ มุมมอง และวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน ซึ่งความแตกต่างนี่แหล่ะที่เป็นชนวนที่สำคัญที่ทำให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นภายในทีม และแน่นอนว่า และนี่จะเป็นสิ่งที่เราจะเจอไปจนตลอดช่วงชีวิตการทำอาชีพ PM แน่นอนว่าการถกเถียงและการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาที่กำลังเจออยู่ โชคดีหน่อยเราก็สามารถจบบทสนทนากัน ไม่ว่าจะเป็น soft dicussion หรือ intensive discussion ในที่ประชุมแบบที่ไม่มีสิ่งตกค้างออกมา แต่หลายครั้งไม่เป็นแบบนั้น ซึ่งหากตัว PM เองไม่สามารถจัดการเรื่องของอารมณ์ของตัวเอง หรือสมาชิกในทีมได้ การขัดแย้งที่ว่าอาจจะนำมาซึ่งผลลัพธ์อันเลวร้ายของงานที่จะส่งมอบ หรือเลวร้ายกว่านั้น คือ ไม่สามารถส่งมอบได้

ในสถานกาณ์นี้ ตัวผู้เขียนเองมักลดบทบาทในการแสดงความเห็นลง เพื่อให้สมาชิกในทีม ได้แสดงความเห็นได้เต็มที่ โดยเราจะเป็นฝ่ายควบคุมโมเมนตัมในที่ประชุมให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่ตึงเกินไป แต่ก็ไม่หย่อนเกินจนเกินเวลาที่กำหนด รวมถึงคอยจดโน้ตสรุปการประชุม เพื่อให้ใช้เป็น knowledge ตรงกลางระหว่างผู้เข้าร่วม ไม่ให้ตกหล่นประเด็นใดไป ซึ่งในแต่ละสถานการณ์ไม่มีสูตรตายตัวว่าเราต้องทำแบบไหนถึงจะดีที่สุด ตัวเราเองต้องคอยสังเกต และเก็บข้อมูลในแต่ละครั้งอยู่ตลอด ไม่ให้ตัวเองสติหลุด และไม่ให้สมาชิกสติหลุดเช่นกัน




เครดิตภาพจาก WFLA




#5 – การติดตามผลงานอย่างสม่ำเสมอ (Tracking Tracking Tracking!)

ก่อนหน้าที่จะเป็น PM เราล้วนแต่มีงานที่ต้องโฟกัสเพียงไม่กี่อย่าง ส่วนใหญ่โฟกัสเพียงแค่ที่ได้รับผิดชอบแค่นั้น บางคนอาจจะต้องมีดูแลสมาชิกในทีม คอยฟีดงาน เทรนด์งาน และติดตามผลลัพธ์ของงาน แต่พอโตขึ้นมาเป็น PM การติดตามงานไม่ใช่เพียงแค่จากสมาชิกทีมเท่านั้น บางครั้งต้องตามงานข้ามแผนก ข้ามบริษัท หรือแม้กระทั่งตามงานจากหัวหน้า การเป็น PM ในช่วงแรกต้องที่ต้องตามงานเยอะขนาดนี้แบบไม่มีขั้นตอนที่ชัดเจนในช่วงแรก จะใช้เวลาไปในแต่ละวันมากกว่า 70% ของเวลาทำงาน เหลือ 30% ให้ใช้กับงานที่ต้องลงมือทำ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ปัญหาเกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะค่อย ๆ กัดกินพลังงานในการทำงานของเราในแต่ละวันอย่างมหาศาล เพราะเราจะไม่มีเเม้แต่เวลาในการมาตามแก้ อาจจะต้องใช้เวลาพักผ่อนมาช่วยเสริม อันจะส่งผลเสียต่อส่วนอื่นให้รวนไปด้วย

การแก้ปัญหาขึ้นอยู่กับระบบการจัดการในการทำงานของแต่ละคน ไม่มีวิธีที่ถูกที่สุด แค่ต้องยืดหยุ่นมากพอที่จะรองรับปัญหาที่อาจจะเกิดแบบไม่คาดคิดอยู่เสมอ หนึ่งในวิธีการที่ง่ายและทรงพลัง คือ การใช้ Board ไม่ว่าจะเป็น JIRA หรือ Trello ให้คล่อง เพื่อใช้ในการติดตามงานให้เป็นระบบ ในกระบวนการนี้จะล้อไปกับการใช้ Agile Framework แต่เราเองก็ไม่เคยเห็น Agile ที่ตรงตามตำราเป๊ะ เอาแค่แนวคิดของมันไปปรับ ไปปลั๊กให้มันทำงานได้จะดีที่สุด โดยไม่ต้องยึดติดกับกระบวนการแบบ ABC โดยสรุปแล้วตัวเราเองต้องสร้างระบบในการทำงานให้ตัวเองทำงานได้ดีก่อน แล้วทำขนานไปกับการทำงานร่วมกับคนอื่น (ติดตามงาน) เพื่อไม่ให้การอัพเดทต้องขาดตอน

เครดิตภาพจาก 23 Best Task Management Software for Getting Things Done









บทส่งท้าย

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาในการเป็น PM ในช่วงแรกของผู้เขียน พอลองนึกย้อนกลับไปดูก็รู้สึกว่าเราได้เรียนรู้อะไรมาเยอะเหมือนกัน การได้ขยับมาเป็น PM ทำให้ได้เรียนขยายฐานการเรียนรู้ จากแนวตั้ง มายังแนวนอน ได้ออกจาก Comfort Zone จากเดิมที่เคยเป็น Mobile Developer แม้ตามทางจะมีบาดแผล และผิดพลาดมาไม่หยุดหย่อน แต่การได้เรียนรู้ และปรับตัว ทำให้เราพร้อมกับทุกสถานการณ์ที่จะเข้ามา ในตอนนี้กลับไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรมากเท่าตอนแรกแล้ว มีแต่ความคิดที่หาทางจะเดินไปข้างหน้าอย่างเดียว

มาถึงตรงนี้แล้ว อยากบอกกับทุกคนว่า อย่ากลัวในวันที่ได้รับโอกาส เพราะ “โอกาส” หลายครั้งมันไม่เคยถามว่าเราพร้อมหรือยัง มีแต่จะเข้ามาให้เรารู้ตัว หรือไม่รู้ก็เท่านั้น ในวันที่มองเห็นโอกาสอย่าบอกว่าตัวเองยังไม่พร้อม ถ้ายังไม่ได้ลงมือ เราไม่จำเป็นจะต้องเป็น PM ที่ดี และเก่งตั้งแต่วันแรก แต่การกล้าที่จะเดินหน้าเผชิญกับสิ่งที่เราไม่รู้เลยว่าทางข้างหน้าจะเป็นยังไง ยอมรับ และปรับตัวอยู่เสมอ เราจะกลายเป็น Great PM ได้อย่างแน่นอน










และหากคุณชอบคอนเทนต์นี้ และอยากฟังเรื่องราวจาก Product People คนอื่น ๆ เพิ่มเติม อย่าลืมกดติดตาม PM Corner ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้ได้เลย 

Twitter
LinkedIn
Facebook
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments
SUBSCRIBE FOR UPDATE

Join our community and start growing together