สำหรับ PM story ใน episode ที่ 2 นั้น ทางทีมงานได้มีโอกาสคุยกับ ‘ธาม – กวิน ติระบริสุทธิ์’Chief Product & Technology Officer ที่ QuantSmith และ Chief Product Officer ที่ FINNOMENA ที่มีประสบการณ์ในวงการ Fintech มานานกว่า 6 ปี ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนมารู้จักกับ ‘Fintech’ ให้มากขึ้น พร้อมทั้งมารู้จักเรื่องราวอื่นๆ ของคุณธามที่น่าสนใจกัน
ถ้าอยากรู้กันแล้ว ไปเริ่มอ่านกันเลย 🙂

เล่าเกี่ยวกับงานที่ทำอยู่ให้พวกเราฟังกันหน่อย
“ที่ทำอยู่ที่ FINNOMENA เป็น Fintech ประเภท WealthTech ซึ่งเกี่ยวข้องกับการนำเงินที่มีอยู่ไปลงทุนให้งอกเงย สำหรับพี่เอง จริงๆ แล้วเรื่องการลงทุนสำคัญสำหรับทุกคน แม้ว่าหลายคนจะไม่อยากสนใจ แต่สุดท้ายมันจะวกกลับมาหาตัวเองอยู่ดี”
“ตัวอย่างง่ายๆ เช่น ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ค่าที่อยู่อาศัย ค่าอาหาร มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากอัตราเงินเฟ้อ และการที่เราทำงานแล้วได้เงินมาเก็บออมไว้เฉยๆ แม้จะได้ดอกเบี้ย มันก็เติบโตเร็วไม่เท่ากันกับเงินเฟ้อแน่ๆ ซึ่งหมายความว่า เงินเฟ้อ 10% ก็เหมือนอยู่ดีๆ เงินที่เราตั้งใจหามาลดลงไป 10% ดื้อๆเลย”
คิดว่าสายงาน Fintech มีเสน่ห์และความท้าทายอะไรที่น่าสนใจบ้าง
“คิดว่าเสน่ห์และความท้าทายของสายงาน Fintech มีประมาณนี้ครับ”
- กลุ่มลูกค้ามีขนาดใหญ่ – เราจะได้เจอกลุ่มลูกค้าหลากหลาย Persona ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะมี Insight ที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น ใน WealthTech เอง ก็จะมี กลุ่มลูกค้าที่อายุเยอะและมีกำลังซื้อสูง ถึงแม้จะใช้งาน Application ได้ แต่ก็ยังต้องการคนเพื่อพูดคุยให้ได้รับความมั่นใจก่อนลงทุน ขณะที่อีกกลุ่มเป็นลูกค้า Mid-career ที่อยากลงทุน แต่มีภาระค่าใช้จ่าย เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ตามความจำเป็นของครอบครัวที่ขยายใหญ่ขึ้น เป็นต้น
- Emotion และ Behavior ของ User มีผลต่อการใช้เงิน – เงินทองมักมากับอารมณ์ เช่น ความกลัว ความโลภ ความสำเร็จ ความล้มเหลว เป็นต้น โจทย์คือเราจะทำยังไงให้อารมณ์เหล่านั้นก่อให้เกิด Action ที่เป็นประโยชน์แก่ตัว User เอง รวมถึงเราจะช่วยปรับพฤติกรรมอย่างการใช้จ่ายหรือการออมเงินอย่างไร ภายใต้ Challenge ที่ว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจไม่ได้เห็นผลลัพธ์ในทันที ทำยังไงให้ User ไม่ถอดใจเสียก่อน
- จำเป็นต้องเข้าใจ Industry Specific Knowledge – ในบางครั้ง Product Manager อาจต้องลงแรง ลงเวลาศึกษาเพื่อให้เข้าใจ What is possible? (นอกเหนือจาก Tech) ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐศาสตร์/ การเงิน/ Financial Engineering และอื่นๆ ข้างเคียง ที่ถ้าใครชอบ สนใจ ยิ่งจะทำให้คุณอินกับการทำงานใน Industry นี้แน่นอน
- ปัจจัยในความสำเร็จ อาจควบคุมไม่ได้ทั้งหมด – โดยเฉพาะสาย WealthTech มีปัจจัยเรื่องตลาดการลงทุนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น Result ของการใช้ Product ไม่ได้อยู่แค่ในมือทีม Tech & Product & UX ทั้งหมด แต่อาจเกี่ยวข้องกับทีม Investment ที่ดูแลอยู่ด้วย ดังนั้น การร่วมกันหา Opportunities และ Threats ที่จะเกิดขึ้นก็เป็นเรื่องสำคัญ เช่น จังหวะไหนตลาดอยู่ในช่วงขาลง การนำเสนอกองทุนความเสี่ยงต่ำอาจจะมีความเหมาะสมกว่า ตรงกันข้ามหากตลาดอยู่ในช่วงขาขึ้น คนกำลังอยากลงทุน ก็จะหันมาเน้นเรื่อง Rebalancing ความเสี่ยง ให้ไม่เกินความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้
ช่วยแชร์ให้ฟังหน่อยว่าอะไรคือ Key Point สำคัญที่ทำให้ FINNOMENA สามารถเติบโต และแข่งขันกับ Startup ด้านการลงทุนของธนาคารเจ้าใหญ่อื่นๆ ได้
“FINNOMENA เราเกิดมาเป็น Financial Content Creator ก่อน เราเริ่มทำ Content ตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้มีไอเดียจะทำ Platform การลงทุนด้วยซ้ำ ณ เวลานั้น เรามีแผนจะทำ Subscription Model”
“จุดเปลี่ยนเริ่มมาจากที่เราเห็นว่า Subscription Model ยังไม่พร้อมสำหรับกลุ่มคนไทย (คิดภาพปี 2015 คนไทยยังไม่คุ้นชินกับ Netflix แบบทุกวันนี้) แต่เราเห็นว่า ฐานแฟนคลับมีความเชื่อมั่นติดตาม ถ้าลองสร้าง Product ให้คนที่เขาเชื่อมั่นในบริษัทเราได้ลงทุนเลยจะเป็นอย่างไร ก็เลยเกิดเป็น FINNOMENA PORT ขึ้นมา และเป็น Product ที่สร้างรายได้หลักมาจนถึงทุกวันนี้”
“ดังนั้น Key point สำคัญที่ช่วยทำให้ FINNOMENA เติบโตได้ น่าจะมี 4 อย่างหลักๆ”
Key Point 1 – เราจริงจังกับการทำ Content ทั้งรูปแบบบทความ วิดีโอ Podcast ตั้งใจส่งมอบความรู้ อัพเดทตลาดการลงทุนอย่างต่อเนื่องมา จากกูรูทั้งภายใน ภายนอก ปัจจุบันบทความกว่า 8,000 บทความ วีดีโออีก 2,500 วีดีโอ ทำให้เป็น Acquisition Strategy ในการพาลูกค้ามาลงทุนกับเราอย่างต่อเนื่อง จากปกติที่ลูกค้าจะสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินมักไปที่สาขาธนาคาร ต้นทุนของเราไม่สามารถสร้างสาขาแบบธนาคารได้
Key Point 2 – Revenue Model ที่เราไม่ได้เก็บจากลูกค้า แต่เป็นการเก็บจาก บริษัทหลักทรัพย์การลงทุนแทน ซึ่งเป็นตัวลด Barrier สำคัญเลย
Key Point 3 – ช่วงปี 2019 ที่เราเริ่มนำการเปิดบัญชีออนไลน์และการทำตัวเป็น Fund Supermart ลดอีกหนึ่ง Barrier ของการเข้าถึงการลงทุนลูกค้าลง เราปรับทำให้เปิดที่เดียวจากที่บ้านแบบ Paperless ไม่ต้องส่งเอกสาร ได้ทุกธนาคาร หรือหลักทรัพย์ ซึ่งดึงยอดการเปิดบัญชีจากเดือนแรกที่ Feature นี้ออก เท่ากับ ทั้งปีก่อนหน้ารวมกัน
Key Point 4 – โครงการ Financial Advisor อิสระ ทำธุรกิจถึงจุดนึง เราพบ Insight ว่า User ที่มีอายุขึ้นมา มีเงินลงทุนสูงจะคุ้นชินกับการมีผู้ดูแลการลงทุน คอยโทรคุย วางแผนการเงินให้ตัวต่อตัว แต่เราในฐานะ Startups จะจ้างผู้ดูแลที่มากพอมาดูแลลูกค้าอย่างไร จึงเกิดเป็นโครงการนี้ ที่รับสมัครใครก็ได้ที่มี License มาฝึกอบรมแล้วมาเป็นตัวแทนอิสระให้กับ FINNOMENA สามารถช่วยเราขายกองทุนให้กับ User ได้ และ User ได้รับการบริการตัวต่อตัว”

เล่า a day in the life as a CPO ให้ฟังหน่อยว่าหลักๆ ต้องทำอะไรบ้าง
“หลักๆ แบ่งงานออกเป็น 3 ส่วน
- Strategy Alignment – เราต้องสื่อสารให้ Management และทั้งองค์กรเห็นชัดว่า เรากำลังมี Strategy อะไรบ้าง (Where to play, How to win) เพื่อให้ทีมอื่นๆ เช่น Marketing, Investment, Sales วางแผนงานไปในทางเดียวกัน รวมถึงให้ Product Manager สามารถนำข้อมูลไปสร้าง Roadmap ที่ตอบโจทย์ Strategy ให้เกิดขึ้นได้
- Resource Management – ทำงานร่วมกับ CTO (Chief Technology Officer) และ CXO (Cheif Experience Officer) เพราะเมื่อมีแผนการแล้ว เราก็ต้องทำให้บริษัทแน่ใจว่าเรามี Resource เพียงพอ และ Allocate Resource ได้ตามแผนที่วางไว้ ถ้ามีอะไรที่ไม่ลงตัว ก็ต้องมองภาพใหญ่ คิด ตัดสินใจ ยอมรับผลที่เกิดขึ้น และต้องอธิบายให้ทีมงานเข้าใจถึงเหตุผล
- Coaching – ทำอย่างไรให้ทีมเก่งขึ้น มีความสามารถพอสำหรับงานที่ทำอยู่และความท้าทายใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่ FINNOMENA พี่จะ 1-1 กับ PM ทุกคนเดือนละครั้ง รวมถึงเข้าร่วมประชุม Product แต่ละ Scrum Team บ้าง วนไปตามความเหมาะสม เผื่อจะช่วยให้ Insight หรือมุมมองเพิ่มเติมได้ แต่สุดท้ายคนตัดสินใจคือทีม”
อยากให้แชร์เส้นทางที่ทำให้เราได้ step ขึ้นมาทำในตำแหน่งนี้
การจะสร้าง Impact ใหญ่ได้มีหลายวิธี… อย่าง C-Level เราต้อง “สร้างคน” ให้เป็น
“สิ่งสำคัญที่ Step ขึ้นมาได้ พี่มองว่ามันคือการสร้าง Impact ขนาดใหญ่ในองค์กร ไม่ใช่แค่ตำแหน่ง CPO แต่ในทุกตำแหน่ง Management เลย ซึ่งการจะสร้าง Impact ใหญ่ได้มีหลายวิธี จะเป็น Individual Contributor ก็ได้ แต่ถ้าใน Managerial Track อย่าง C-Level เราต้อง “สร้างคน” ให้เป็น”
“ถ้าให้เล่าจากประสบการณ์ของตัวเอง ก็เริ่มจากเป็น Developer อยู่ในบริษัทมาก่อน แล้วอยากเป็นคนวางแผนเองว่า Product มันควรหน้าตาเป็นยังไง ก็เลยเริ่มจากการไปขอหัวหน้าตรงๆ เลยว่าเราอยากทำสิ่งนี้ ขอแบ่ง resource เวลาของเราไปทำงานตรงนี้ได้ไหม ซึ่ง ณ ตอนนั้นบริษัทยังไม่มีตำแหน่ง Product เลย”
“แรกๆ ก็ศึกษาเอง มีพวกหนังสือดังๆ อย่าง Hooked, Inspired หลังๆ ก็มีอ่าน Lean Analyticsบ้าง พอทำไปสักพักและเริ่มมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ก็เพิ่งรู้ว่าตำแหน่งนี้เรียกว่า Product Manager นะ จนมาจริงจังขึ้นในปี 2019 และของานไปทำเองในส่วนของ ROBO ADVISOR และได้ทำมาจนถึงทุกวันนี้”

เวลาจะเลือกรับคนเข้ามาทำงานในทีม หลักๆแล้ว มองหาอะไรในตัวคนสมัครบ้าง
“สำหรับการรับเข้ามาทำงาน พี่จะมองอยู่ 3 อย่าง”
- Opinionated (กล้าแสดงความคิดเห็น) – หยิบ Product มาอันนึง แล้วมี Opinion ที่ชัดเจน มีเหตุผลรองรับ ถ้าด่า Product ของ FINNOMENA ให้ฟัง ยิ่งชอบ พี่ชอบให้ Product Manager กล้าวิจารณ์สิ่งต่างๆ และให้คำแนะนำ กล้าตัดสินใจไปข้างหน้า สุดท้ายในการทำงานเราไม่ได้เป็นแค่คนนัดประชุม ฟังความเห็นทุกคนเฉยๆ แต่เราต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว คิด วิเคราะห์ กลั่นออกมาเป็น Plan ที่จะนำพาทีมไป Solve real user pain point ให้ได้ สำหรับพี่ ไม่ตัดสินใจ แย่กว่า ตัดสินใจผิด
- Product Sense – จะทำข้อ 1 ได้ดีก็ต้องมี Sense แยกแยะ Product ที่ดีกับไม่ดีได้ ตรงนี้เกิดจากการลองไปเล่นเยอะๆ วิเคราะห์ Product เรื่อยๆ เรามักจะมี Session ที่หยิบมา 1 Industry แล้วเอา App มาเรียงกัน ดูข้อดีข้อเสีย ทั้งด้าน Business, Design และ Tech
- Growth Mindset – อันนี้ Basic อยู่แล้ว แต่อยากเน้นย้ำ โดยเฉพาะกับโลก Tech ตอนนี้ที่กำลังขยับไปอย่างรวดเร็วกว่าเดิม PM จะอยู่นิ่งไม่ได้ ล่าสุดมี Trend อย่าง Data และ AI เข้ามา เคยคุยกับพี่ Yong จาก AXONS เขาก็มองเหมือนกันว่า ถ้าใครใช้ประโยชน์จาก Data ไม่ได้ อาจจะ Lack จากเพื่อนๆไปเยอะ อย่างน้อยที่สุดก็ควรมีความรู้เกี่ยวกับการวัดผล ควรจะเก็บ data อะไร เก็บเพื่อวัด metric ไหนบ้าง ในส่วนของ AI ต้องพอมีไอเดียว่าจะเอา AI มาใช้ทำอะไรได้บ้าง ถ้าเอาไปทำแล้วมีอะไรต้อง aware บ้าง
สำหรับพี่ ไม่ตัดสินใจ แย่กว่า ตัดสินใจผิด
แชร์เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Culture การทำงาน Product Manager ที่ FINNOMENA
“การทำงานเป็น PM ที่ FINNOMENA เอง มี Culture หลักอยู่ 3 อย่างด้วยกัน
- Fluidity – PM เราต้องมอง Success ของ Product เป็นสำคัญ หมายความว่าใน Phase ทั้ง Discovery และ Delivery นั้น เราอาจมีหลายบทบาท ตัวอย่างเช่น
- ช่วยทีม Legal อ่านประกาศ กลต. (องค์กรที่กำกับควบคุมบริษัทหลักทรัพย์อย่าง FINNOMENA) ถ้ามันสำคัญ มีผลต่อการดำเนินธุรกิจจริง
- ช่วยทีม UX/UI ไปสัมภาษณ์ลูกค้าด้วย พี่ Encourage ให้ลงไปเพื่อได้ First-hand experience จากลูกค้า บางทีมันมีอวัจนภาษา (Non-verbal communication) ที่เราไม่สามารถรับรู้ได้จากการอ่าน Confluence (เป็นโปรแกรม Document ที่ FINNOMENA ใช้กันภายใน)
- ช่วยทีม Data วางแผนการ Visualize Metrics เพื่อให้การสื่อสารกับ Stakeholder หรือทีมเข้าใจกันมากขึ้น
- Bias for actions – Planning เป็นสิ่งที่ดี แต่บางทีการออกไปลองทำ MVP หรือ สร้าง Prototype เพื่อเก็บ Feedback โดยไม่ต้องรอ Refine Product เต็มๆ หรือ รอ Strategy เป็นหน้าๆ ให้เสร็จ รอ Approve ครบทุกคน ก็อาจจะเป็นวิธีที่ดีกว่าสำหรับบริษัทที่ต้องการความคล่องตัว
- Influence not control – PM เป็น CEO without Authority เราไม่ได้มีอำนาจ (และถึงจะมีก็ไม่ควรใช้) ในการสั่งให้ Dev หรือ Design ทำอะไรก็ได้ แต่เราต้องทำให้เขาเห็นภาพร่วมกันว่าทำไมบริษัทหรือ Product ควรไปทางนั้น แล้วสร้างแรงขับเคลื่อนร่วมกันจากภายใน ถึงจุดนึงถ้าทีมมี Ownership ร่วมกันแล้ว มันไปด้วยกันเร็วขึ้น ตรงใจลูกค้ามากขึ้น สนุกขึ้นกว่าเดิมเยอะ”
สุดท้ายนี้ ฝากถึงคนที่อยากเติบโตในสายงาน Product Manager สักนิด
“สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามา และไม่รู้จะเริ่มยังไง ขอแนะนำให้ Put the users first เข้าไปคุยกับ User เยอะๆ เข้าใจว่าเขาเป็นคนอะไรยังไง สิ่งนี้ยังเป็นคำแนะนำที่ใช้ได้อยู่เสมอ เตือนว่าอย่าทำอะไรเพราะแค่ ‘มันทำได้’ เฉยๆ เด็ดขาด”
“อีกเรื่องคือ Always be humble เพราะ Product Manager ไม่ได้เหนือกว่าตำแหน่งอื่นแต่อย่างใด เป็นแค่บทบาทหนึ่ง ดังนั้นควร Treat ทุกคนในทีมให้ดีทั้งกาย วาจา ใจ เราจะ Deliver อะไรไม่ได้เลย ถ้าไม่มีพวกเขาครับ”
Writer: Chutikarn Leartphongpao
Editor: Pattraporn Juckthong
และหากคุณชอบคอนเทนต์นี้ และอยากฟังเรื่องราวจาก Product People คนอื่น ๆ เพิ่มเติม อย่าลืมกดติดตาม PM Corner ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้ได้เลย
- Facebook Page: PM Corner Thailand
- Website: PM Corner
- Youtube: https://www.youtube.com/@pmcornerthailand (สำหรับรับชม live ย้อนหลัง)