4 แกนของ Product Competency ที่ช่วยให้คุณเป็น Product Manager ที่เก่งขึ้นได้!

Twitter
LinkedIn
Facebook

พบกับสรุปโน้ตจากอีเว้นท์ live หัวข้อ Product Competency: A Guide to Grow Product Managers and Team เพื่อให้เราทุกคนเติบโตเป็น Product Manager ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในทุกๆปี (สาธุ 🙏🏻)

งานนี้ เราได้รับโอกาสพูดคุยกับพี่ธาม – กวิน ติระบริสุทธิ์, Chief Product Officer ที่ FINNOMENA ผู้มีประสบการณ์ในการนำ product competency มาใช้ในองค์กร และพี่หนอ – ฐานิศร กาญจนหัตถกิจ, Lead Product Manager ที่ Opn ที่เพิ่งเรียนจบจากคอร์ส Leading Product Teams by Ravi Mehta ที่นำ Product Competency มาเป็นเครื่องมือในการสร้าง development plan ของทีมด้วย

ถ้าอยากรู้กันแล้ว ไปเริ่มลุยกันเลย 🚀


ทำไมถึงเริ่มใช้ Product Competency Framework?

พี่หนอ:

เกิดจากการย้ายสายมาเป็น product manager มือใหม่ และอยากรู้ว่า expectation ของ role นี้คืออะไร และสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงตาม expectation ของ role นี้หรือไม่ จึงเริ่มต้นศึกษาจากการอ่าน role and responsibility ของ role PM ในบริษัทต่างๆเพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถพัฒนา skills ตนเองได้อย่างถูกทาง

หลังจากเติบโตในสายงานนี้และเริ่มมีน้องๆในทีม พี่หนอได้ศึกษาเรื่อง product competency framework อย่างจริงจังมากขึ้นเพื่อ set expectation, alignment และ career path ของทีมที่ชัดเจน ในตอนนี้เองที่พี่หนอได้รู้จักกับ product competency framework ของคุณ Ravi Mehta

พี่ธาม:

เริ่มจากความต้องการ set framework สำหรับ session performance checking กับน้องๆทีม Product เพื่อให้การ review และ feedback เป็นรูปธรรมและเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยพี่ธามได้รู้จักกับ product competency framework ของคุณ Ravi Mehta จากน้องทีม Product คนหนึ่งที่ไป research เรื่องนี้มา

หลังจากใช้ framework นี้กับทีม Product พบว่าน้องๆสามารถ review และ feedback ตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ได้เห็น progress ของการพัฒนา skills ตนเอง ซึ่งช่วยให้พี่ธามสามารถเข้าใจและให้คำแนะนำน้องๆแต่ละคนได้ดียิ่งขึ้นตามไปด้วย

ก่อนหน้านี้ เคยใช้ Framework อะไรมาบ้าง?

  • Mind the Product: มี framework การใช้งานคล้ายกับของคุณ Ravi Mehta แต่จะมีบาง PM skills ที่แต่ละ framework ให้ความสำคัญแตกต่างกัน
  • Strong Product People by Petra Wille: คล้ายข้อก่อนหน้าเลย framework การใช้งานคล้ายกับของคุณ Ravi Mehta แต่ PM skills และเนื้อหาบางส่วนต่างกัน
  • แต่ทั้ง 2 frameworks มี career level น้อย ทำให้เมื่อถึงจุดนึงแล้วไม่สามารถไปพาทีมไปต่อได้ ทำให้ตัดสินใจเริ่มใช้ framework ของคุณ Ravi Mehta เพราะดูแล้วเป็น framework ที่ match กับ role PM ที่สุดโดยแทบไม่ต้องปรับอะไรเลย


จุดเด่นของ Ravi Mehta’s Framework

  • คุณ Ravi Mehta เป็น product leader ในบริษัทใหญ่ๆมาหลายบริษัท ทำให้มีประสบการณ์เกี่ยวกับ product เยอะมาก และแชร์บทความไว้หลายหัวข้อเลย สามารถตามไปอ่านกันได้ที่:

หนึ่งในบทความของคุณ Ravi เล่าถึง Product Competency Framework ซึ่งประกอบด้วย 4 quadrants, 12 skills โดย PM แต่ละคนมีอิสระที่จะสร้าง shape ตามเป้าหมายของตัวเองได้:

#1 – Product Execution 🟠

  • Feature specification: การเขียน product spec ที่ทำให้ทุกคนมีความเข้าใจเดียวกัน
  • Product delivery: การสร้าง product ขึ้นมาจาก spec ที่กำหนดไว้ และการทำงานร่วมกับ engineer/developer team เพื่อเปลี่ยน spec เป็น product จริงถึงมือ user
  • Quality assurance: ตรวจสอบว่า user สามารถใช้งาน product ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

#2 – Customer Insight 🟡

  • Fluency with data: การใช้ data ประเมิน product ตาม metric ที่วางไว้ (รู้ what, when, how) เช่น pivot table, python
  • Voice of the customer: การทำความเข้าใจ persona และ user behavior (รู้ why)
    • สำหรับการ interview user โดยปกติถ้าสัมภาษณ์คนที่เป็น persona เดียวกันไปแล้ว 5 คน คนถัดไปจะเริ่มได้ insight ซ้ำ แต่หากยังได้ insight ใหม่เรื่อยๆ อาจเป็นไปได้ว่าเราเจาะ persona กว้างไป หรือ recruit คนที่ยังไม่ตรง persona ทั้งหมด หรือ user ไม่เข้าใจคำถาม
  • User experience design: การทำงานกับ uxui เพื่อให้ได้ design และ experience ที่ตอบโจทย์ user ตาม persona ที่ตั้งไว้

#3 – Product Strategy 🟢

  • Business outcome ownership: Mindset การคาดหวัง business outcome (not output) จาก product ที่เราสร้าง
  • Product vision & road-mapping: การวาง product vision, การ influence ให้ทีมเห็นด้วยกับ vision และการเตรียม roadmap ให้ product สามารถไปถึง vision ที่วางไว้
  • Strategic impact: Product strategy และ roadmap สอดคล้องกับ company’s vision หรือไม่ และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้หรือไม่

#4 – Influencing People 🔵 

  • Stakeholder management: การรับมือกับ stakeholder ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร, การขอความร่วมมือ, การทำความเข้าใจ agenda ของ stakeholder
  • Team leadership: สำคัญมากสำหรับ PM level senior ขึ้นไป เพราะ performance ของน้องๆในทีมสะท้อน performance ของพี่ๆ ดังนั้น พี่ๆต้องซัพพอทให้น้องๆสามารถ up skill ได้
  • Managing up: การขอ support หรือ delegate งานที่ติดปัญหาให้พี่ๆ/หัวหน้า step in เข้ามาช่วยเหลือ, ตัดสินใจ, หรือช่วยพูดเพื่อให้เกิด impact มากขึ้น


มาเจาะลึก Framework ของ Ravi Mehta กัน

  • ในแต่ละ PM level จะมี shape ของ skill set ที่ไม่เหมือนกัน ตาม expectation ของแต่ละ level
  • น้องๆ PM จะเริ่มจาก quadrant ซ้ายบน จากนั้นจะเริ่มเบนไปทางขวาบน, ขวาล่าง, ซ้ายล่างตามลำดับเมื่อเติบโตขึ้นตาม career path
  • ดังนั้น ทุกคนไม่จำเป็นต้องเก่งทุก skill แต่ขึ้นอยู่กับ level และความสำคัญของ skill set ณ ตอนนั้นๆว่าควรเป็นอย่างไร
  • PM ที่ดีคือคนที่ทำได้หลายๆอย่าง แต่จะมี skill นึงที่เก่งอย่างโดดเด่นออกมา (T shape)
  • สำหรับพี่ๆที่ดูแลทีมอยู่อาจใช้ framework นี้ในการวางแผนน้องๆในทีมที่แต่ละคนมี T Shape ต่างกันแต่เมื่อรวมกันมีสกิลครบ (Rounded)


วิธีใช้งาน Ravi Mehta’s Framework ฉบับพี่หนอ

คุณ Ravi เตรียม expectation ของแต่ละ skill ในแต่ละ PM level แบบละเอียดมากก (ก.ไก่ล้านตัว) ไว้ใน toolkit sheet ที่ทุกๆคนสามารถเข้าไป download ฟรีจาก link ด้านบนได้เลย

  • เปลี่ยนหัว column เป็น “Level 1, 2, 3, …” แทนชื่อ level เพื่อไม่ให้เกิด bias
  • ปรับเนื้อหาบางส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับองค์กรมากขึ้น
  • ประเมินตัวเองตาม level ของเรา ข้อไหนที่คิดว่าทำได้แล้วจะ mark สีเขียวไว้ ข้อไหนที่ต้องปรับปรุงจะ mark สีแดงไว้เพื่อดูภาพรวมว่าตัวเรายังขาด skill อะไรไปบ้าง
  • สามารถใช้ sheet นี้เป็นโครงสำหรับทำ IDP (Individual development plan) ได้เลย
    • ค้นหา strength และ weakness
    • ใช้เวลาพัฒนา strength ให้แกร่งขึ้น ดีกว่าจมอยู่กับ weakness
    • พัฒนา skill ที่จำเป็นเพื่อเติบโต (promotion) ไป level ที่สูงขึ้น


Feedback หลังนำ Ravi’s Framework ไปใช้จริง

  • ทีมมี feedback ที่ดีหลังจากเริ่มใช้ framework นี้เพราะเห็น career path ที่ชัดเจน ทำให้เห็นภาพชัดว่าต้องพัฒนา skill อย่างไรเพื่อเติบโตไป level ที่สูงขึ้น
  • ทีมสามารถประเมินตัวเองได้อย่างเป็นระบบ รู้จุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง
  • พี่หนอและพี่ธามเห็นตรงกันว่า Product Competency จำเป็นมากสำหรับการพัฒนาทีม product ให้เก่งขึ้น เพราะทุกคนเห็น career path ตรงกัน ทำให้ทีมสามารถเติบโตใน career นี้ได้อย่างมั่นคง และพัฒนา skill ตัวเองได้ตรงจุด


เพื่อนๆคนไหนอยากเข้าไปฟังไลฟ์ย้อนหลังแบบเต็มๆ สามารถตามไปได้เลยที่:

สุดท้ายนี้ อย่าลืมกดไลค์ กดแบ่งปันให้เพื่อนๆ หรือคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกับพวกเราได้นะคะ และอย่าลืมกดติดตาม PM Corner ตามช่องทางต่างๆ: PM Corner Thailand เพื่อไม่พลาด content ใหม่ๆ จากพวกเรานะ 😀

Twitter
LinkedIn
Facebook
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments
SUBSCRIBE FOR UPDATE

Join our community and start growing together