จิมมี่ PM แห่ง Ricult สตาร์ทอัพที่ตั้งใจสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกษตรกร

Twitter
LinkedIn
Facebook

‘เกษตรกร’ อาชีพที่ถูกเรียกว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ มีอุปสรรคมากมายไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศแปรปรวน เงินทุน การเข้าถึงความรู้และเทคโนโลยีทางการเกษตร ทำให้เกษตรกรส่วนหนึ่งเสียโอกาสสร้างรายได้ บางรายหนักไปถึงขั้นขาดทุนและมีหนี้สินล้นพ้นตัว

และด้วยปัญหาที่กล่าวมา มีคนกลุ่มหนึ่งที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาวงการเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน นั่นก็คือทีมสตาร์ทอัพที่ชื่อ Ricult ที่นำเอา AI และ Technology มาประยุกต์ใช้จริงเพื่อเกษตรกรไทย

วันนี้ เราจะพาทุกคนมาคุยกับ ‘จิมมี่ – วิศรุต กัลยาธนทรัพย์’ Product Manager แห่ง Ricult ว่าการเป็น PM ในสายงาน Agritech มันมีความสนุกและ challenge อะไรซ่อนอยู่กัน 🙂









เริ่มมาเป็น Product Manager กับ Ricult

“จริงๆ เป็นงานแรกหลังเรียนจบเลย ตอนแรกเข้ามาเป็น Business Analyst แล้วหลังจากนั้นได้มีโอกาสโปรโมทไปเป็น Product Manager ตอนนี้รวมๆ ก็เกือบ 4 ปีแล้วครับ”

“รู้จัก Ricult เพราะ พี่เอิร์น CEO เคยมาพูดในคลาสนึงที่คณะ แล้วพอเรียนจบ ในช่วงที่กำลังหางาน ก็เห็นว่าที่นี่เปิดรับ Business Analyst พอดีเลยลองสมัครดู เพราะงานเป็นสาย Tech และอยู่ในด้าน Agriculture ที่สนใจอยู่ด้วย”

แล้วทำไมถึงสนใจด้าน Agritech?

“ที่สนใจด้านนี้เพราะเคยทำค่ายอาสาตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แล้วมีโอกาสได้เจอพ่อๆ แม่ๆ ที่เป็นเกษตรกร ได้ลองคุย ได้ลองช่วยงานเขาในไร่ นอกจากนี้เคยได้ไปแลกเปลี่ยนที่ออสเตรีย ที่สวนผัก และฟาร์มผึ้งด้วย”

“จากการที่ได้ไปสัมผัสเกษตรกรรมทั้ง 2 ประเทศ ทำให้รู้ว่าอุตสาหกรรมเกษตรนั้นใหญ่มาก และในไทยเองมันยังมีโอกาสให้เข้าไปช่วยได้อีกเยอะครับ ทั้งในมุมของเทคโนโลยี และความรู้ในการเพิ่มมูลค่าของสินค้าทางการเกษตร”





No photo description available.
ภาพจาก รีคัลท์ – Ricult Thailand




คิดว่าอะไรคือ Challenge ของการทำ Product Manager ในสาย Agitech?

“อย่างแรกเลย การเข้าถึงเทคโนโลยีของ user จะน้อยกว่าสายอื่น แต่ที่ Ricult เราเลือกที่จะโฟกัสไปที่ Early Adopter ก่อน เลยไม่ได้มีปัญหาเท่าไหร่ในการเอาเทคโนโลยีไปให้ใช้ แต่ที่จะมีปัญหาคือเราหาเกษตรกรที่เป็น Early Adopter ได้ค่อนข้างยากเหมือนกัน”

“ต่อมาคือ ข้อมูลหลายอย่างไม่สามารถหาจากทาง Online ได้ เช่น การทำงานของเกษตรกร ที่เป็นรูปแบบเฉพาะในแต่ละพื้นที่ ต้องเข้าไปสัมภาษณ์เกษตรกรในแต่ละพื้นที่ด้วยตัวเอง บางครั้งก็ต้องออกไปไกลหน่อยเพื่อหาเกษตรกรที่ปลูกพืชบางชนิดครับ”

Challenge อะไรที่คิดว่าหนักที่สุดในการพัฒนา Agritech Product?

“จริงๆ ที่ Challenge ที่สุดสำหรับผมเลยคือ การพัฒนา Product ของเรา มี Cycle ของพืชมาเกี่ยวข้อง ทำให้จะต้องรอวันเวลา เช่น วันที่เริ่มปลูก วันเก็บเกี่ยว หรือพืชบางชนิดก็ปลูกแค่ปีละครั้ง (เช่น อ้อย) ทำให้เวลาจะทดสอบ feature ก็อาจได้แค่ครั้งเดียวต่อปี อยาก Iterate บ่อยๆ ก็ไม่ค่อยได้”

แล้วเราแก้ปัญหานี้ยังไง?

“อาศัยความเข้าใจและการวางแผนครับ ก็คือเราแพลนเลยว่าจะเก็บข้อมูลอะไรช่วงไหนบ้าง ช่วงอื่นๆ ก็เอาเวลาไปพัฒนาอย่างอื่น”

“อย่างการทำ Prediction Model ที่ต้องใช้ Data เราก็อาศัยข้อมูลเก่าๆ ที่เกษตรกรเคยเก็บไว้มาช่วยเสริมใน Model นี้ด้วยครับ”









โมเมนต์ไหนที่รู้สึก Fulfill ในการทำงานเป็น Product Manager ที่นี่?

“เป็นตอนที่พอได้คุยกับ User แล้ว เขาชอบ Product เรา เขาเล่าให้ฟังว่าเขาใช้งานยังไง มีประโยชน์กับเขายังไง เขาเอาไปแนะนำเพื่อนๆ ให้มาใช้ด้วยนะ เขาบอกว่าเขาเอามาใช้ในการวางแผนการปลูก การขาย โดยใช้ข้อมูลที่แอปเราให้ หรือถ้าเป็นโรงงานใหญ่ เราก็ได้ช่วยให้พนักงานโรงงานเก็บข้อมูลได้ง่ายและเร็วมากขึ้น มันเห็น Impact เลยว่าเราช่วยคนได้จริงๆ เขามีความสุขมากขึ้น

“อาจจะไม่ถึงขั้นเปลี่ยนชีวิตในวันเดียว เพราะเราก็ค่อยๆ ช่วยแก้ปัญหาเล็กๆ ไปเรื่อยๆ เพราะส่วนตัวคิดว่าปัญหาในด้านนี้ไม่ได้แก้ง่ายขนาดนั้น ก็ต้องค่อยๆ แก้ไปทีละนิดครับ”









คิดว่าการทำงาน Social Enterprise ต่างกับบริษัทอื่นๆ ยังไงบ้าง?

“มีการมองหลายๆ มุมมากขึ้น ตัวเงินและผลกำไรไม่ใช่เป้าหมายเพียงอย่างเดียว เวลาที่เราตั้งเป้าหมาย จะมีการตั้งว่าจะให้ User ได้ประโยชน์ยังไง ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องเงินก็ได้”

“แต่ก็ต้องชั่งน้ำหนักดีๆ ว่าสถานการณ์ไหนจะเน้นอะไร เพราะ Social Enterprise จะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเองด้วย ต้องมีกำไร ไม่สามารถอยู่ได้ด้วยเป้าหมายที่ไม่ใช่เงินอย่างเดียว”

แล้วคิดยังไงกับงาน Product Manager ใน Social Enterprise?

“คิดว่างาน PM กับ Social Enterprise มันไปด้วยกันได้อย่างดีเลย เพราะ PM ไม่ได้ดูแค่เรื่อง Business อย่างเดียว แต่ดูเรื่อง Value ที่ให้กับ User ด้วย ซึ่ง Social Enterprise ก็เหมือนกัน ที่มีการดูว่าสิ่งที่บริษัททำมี Value ต่อสังคมยังไงบ้างครับ”









สุดท้ายนี้ อยากให้แนะนำหรือฝากถึงใครที่กำลังสนใจเป็น Product Manager โดยเฉพาะสาย Agritech สักนิด

“ตอนเริ่มทำงาน Product Manager หลักๆ ผมก็จะศึกษาหนังสืออย่าง Inspired, Zero to One, Lean Startup, Lean Product เป็นหนังสือที่เหมาะกับงาน PM เลย ลองไปอ่านกันดูได้ครับ”

“ส่วนสายงาน Agritech เอง แนะนำให้ลองศึกษาตำแหน่งงาน Job Description และบริษัทให้มั่นใจ เพราะอย่างที่บอกว่าการเกษตรมันใหญ่และหลากหลายมาก ลองดูว่าเราจะได้ทำงานแบบไหน ในส่วนไหน การทำงานของบริษัทเป็นยังไง ถ้ามั่นใจแล้วก็ลุยได้เลยครับ :)“






Writer: Pattraporn Juckthong

Editor: Onaraya Chen






และหากคุณชอบคอนเทนต์นี้ และอยากฟังเรื่องราวจาก Product People คนอื่น ๆ เพิ่มเติม อย่าลืมกดติดตาม PM Corner ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้ได้เลย 

Twitter
LinkedIn
Facebook
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments
SUBSCRIBE FOR UPDATE

Join our community and start growing together